จุฬา ดัน Statuups  Deep Tech กู้เศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม  

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดคลับ Chula Spinoff  ปั้น 50 บริษัทสตาร์ทอัพสาย Deep Tech ผลักดันเป็นนวัตกรรมธุรกิจแถวหน้า  จุฬา ดัน Statuups  Deep Tech  เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยจากผลกระทบในช่วง covid นายทีนพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ในระยะยาวค่ะ  

คลับChula Spinoff นอกจากจะเป็นการรวมตัวกันของสตาร์ทอัพที่มาจากงานวิจัยหลักหลายสาขาแล้วยังเป็นเหมือนกับชมรมแล้วก็พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้สมาชิกในกลุ่มได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ในการพัฒนางานวิจัยด้วยนะคะ

       เรียกได้ว่าถ้าอยากเริ่มต้นพัฒนานวัตกรรมแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรก็สามารถเข้ามาพูดคุยกับทีมคณาจารย์  ทีมวิจัยและบริษัทสตาร์ทอัพที่พร้อมจะให้ คำแนะนำกันอย่างเต็มที่ได้ที่นี่เลยค่ะ 

โดยศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิตเอื้ออาภรณ์อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปิดเผยถึงโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายมากๆของไทยในตอนนี้คือการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาซึ่งมองว่าแนวทางแก้ไขในตอนนี้

        นอกจากการส่งออกการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวและมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศแล้วประเทศไทยต้องมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศชั้นนำของโลกด้วยค่ะซึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวที่ว่านี้ก็คือการรวมกลุ่ม  Deep Tech Statups

แนะนำผลงานวิจัยของคณาจารย์และนักวิจัยจุฬาฯพร้อมแปลงความรู้ให้เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงพี่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงตัวกลับเป็นกลุ่มของคณาจารย์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการแปลงความรู้ไปเป็นผลิตภัณฑ์อยู่ประมาณ 50 บริษัทมูลค่าวันนี้ก็ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท

หรือประมาณหมื่นหกพัน 700 ล้านเรายังมีความสามารถในการที่จะแปลงความรู้ไปเป็นผลิตภัณฑ์รับใช้สังคมได้และไม่จำกัดเฉพาะอยู่ที่จุฬาฯมหาวิทยาลัยอื่นหรือคนที่มีความสนใจเฉพาะตัวอื่นๆก็สามารถทำได้ตัวนี้เป็นตัวที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถแปลงจากความรู้ไปเป็นนวัตกรรมรับใช้สังคมซึ่งขณะนี้ทางจุฬาตอบพร้อมจะเป็นเอามากกว่า 50 บริษัทแล้วนะคะ

       โดยมีบริษัทไบยาไฟโตฟาร์มจำกัดผู้พัฒนาวัคซีนป้องกัน covid จุฬาไบยานำขบวนร่วมด้วยอีกหลายบริษัทเลยค่ะโดยทางจุฬาตั้งเป้าให้มูลค่าของทั้ง statups และ Chula Spinoff ขยายตัวอย่างต่อเนื่องแตะห้าหมื่นล้านบาทภายใน 3 ปี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและศาสตราจารย์ดรนายแพทย์สิริฤกษ์ทรงศิวิไลปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย

และนวัตกรรมได้กล่าวย้ำถึงการสนับสนุนให้คณาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยนำงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปประธรรมซึ่งทางกระทรวงพร้อมผลักดันในทุกเรื่องค่ะตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการขับเคลื่อนกฎหมายสนับสนุนให้ผู้รับทุนสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยที่ได้รับทุนจากหน่วยงานของรัฐได้

ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยระหว่างหน่วยงานให้ทุนซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการปลดล็อคอุปสรรคในวงการวิจัยไม่ให้อยู่แค่บนหิ้งแต่จะช่วยผลักดันให้พัฒนาจนเกิดเป็นนวัตกรรมได้จริงเลยทีเดียวค่ะ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

เก็บเงินแสนให้ได้ภายใน1ปี

ซึ่งคุณจะต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละ8,300บาทวิธีนี้มันอาจจะแตกต่างจากการเก็บเงินรายวันที่จะต้องออมเอาไว้ใส่กระปุกถ้างั้นเอาเป็นรายเดือนไปเลยแล้ว  เก็บเงินแสนให้ได้ภายใน1ปี  กันง่ายๆมันก็ได้เหมือนกันแล้วแต่คุณว่าจะเลือกเก็บแบบไหนคือ8,300บาทลองคูณ12เดือนว่าได้เท่าไหร่ยังไม่ได้แสนแต่มันก็เกือบใช่ใช่ไหม

โดยหากคุณเอาเงินไปฝากประจำดอกเบี้ยอาจจะอยู่ประมาณ1.5%มันก็จะทำให้คุณมีเงิน1แสนบาทเช่นเดียวกันแต่ว่าคุณจำได้หรือไม่ว่าการออมเงินระยะยาวเราไม่แนะนำไม่ใช่ว่ามันไม่ดีมันดีแค่มันอยู่ในปริมาณที่คุณเอาไว้ใช้ในช่วงสั้นมันโอเคมันควรที่จะต้องไปต่อยอดที่อดให้มากกว่านั้นเช่นพันธบัตรรัฐบาลหุ่นหรือลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นกองทุนอะไรก็ว่าไป 

นอกจากนี้ คุณชงกาแฟเองบ้างก็ได้ 

คุณอาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับการชงกาแฟจริงๆแล้วกาแฟทุกวันนี้ต้องบอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนคนค่อนโลกเลยทุกคนกินกาแฟกันหมดเลยแก้วหนึ่งเป็นกาแฟดีๆหน่อยก็ตก120กว่าบาทแล้วแก้วหนึ่งดูเหมือนไม่เยอะลองคูณ30เข้าไปตก3,600บาทมันยังไม่ค่อยเยอะคูณ12จะได้ประมาณ43,200นี่คือครึ่งแสนแล้ว

เนื่องจากนี้มันแปลว่าอะไรถ้าวันนี้คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายแค่เรื่องกาแฟเรื่องเดียวได้คุณก็สามารถถึงแสนได้เร็วขึ้นง่ายขึ้นจริงไหมมาดูกันว่าเราจะสามารถลดกาแฟลงได้ยังไงบ้างสมมุติว่าจากเดิมเรากินกาแฟยี่ห้อดังเราเปลี่ยนมากินกาแฟที่มียี่ห้อไม่ดังได้เหมือนและมันก็มีให้เลือกมากมายอาจจะ100 120 เหลือสัก30บาท ก็ได้หรือถ้าคนทำงานออฟฟิตคุณไปกินกาแฟฟรีได้ไหมถ้าคุณสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงได้ต่อให้คุณได้เงินเท่าเดิมคุณก็ออมได้มากขึ้น

ดังนั้นแล้วคุณทำอาหารกินเองบ้างก็ได้มันก็จะคล้ายๆกับที่ได้กล่าวไปขางต้นต้องบอกเลยว่าอาหารมันเป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะมากใช้ได้วันๆหนึ่งคุณหมดไปกับค่าอาหารไปเท่าไหร่เอาประหยัดสุดๆแล้วไปกินข้าวมันไก่ข้าวหมูแดงข้างทางต้องมีอยู่แล้ว40บาท

เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้หากคุณใช้ต่อมื้อ40บาทถึง100บาทวันนึงคุณกินกี่มื้อกิน3มื้อต่อประมาณ120/300บาทต่อวันคูณ30วันเข้าไปก็จะได้ตัวเลข9,000บาทเดือนหนึ่งคุณหมดไปกับค่าใช้จ่ายไป9,000บาทนั่นคือจ่ายใหกับร้านค้าทีนี่ถามว่าถ้าคุณซื้ออาหารมาทำเอง30วันคุณว่าจริงๆมันใช้เงินเท่าไหร่เราคิดว่าวันนึงเราใช้เงินซื้อวัตถุดิบประมาณ100บาทในการทำเองคูณ30วันประมาณ3,000/4,000บาทความแตกก็ประมาณ5,000บาทต่อเดือนคูณ12ก็จะได้ประมาณ60,000บาท

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ปรับขึ้นราคา เนื้อสัตว์และผลไม้ เพราะใกล้เทศกาลตรุษจีน 

            ในทุกๆปีเมื่อเข้าใกล้วันเทศกาลตรุษจีน  เรามักจะเห็นว่าราคาของเนื้อสัตว์และผลไม้นั้นจะมีการปรับราคาสูงขึ้น ราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นนั้นมักจะเพิ่มมากกว่าเดิมประมาณ 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว 

อย่างในปีนี้เทศกาลตรุษจีนจะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งจะอยู่ช่วงประมาณเกือบกลางเดือนกุมภาพันธ์และตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาราคาเนื้อสัตว์รวมถึงผักและผลไม้ในตลาดก็มีการทยอยเพิ่มราคาแพงขึ้น

       และถ้าหากใครที่มีโอกาสได้ไปเดินตลาดในช่วงเวลานี้จะเห็นได้ว่าถึงแม้ราคาผักและผลไม้ในตลาดรวมถึงเนื้อสัตว์ที่มีการวางขายในตลาดไม่ว่าจะเป็นราคาขายส่งหรือแม้แต่ราคาขายปลีกนั้นในตอนนี้ผู้คนที่ออกไปซื้อของที่ตลาดนั้นเริ่มลดน้อยลง ภายในบริเวณตลาดนั้นมีคนเดินซื้อของน้อยมากไม่คึกคักอย่างเคย   ส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากการที่ประชาชนได้รับผลกระทบตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิคเข้ามาทำให้เงินที่จะมาใช้ในการซื้อของนั้นต้องมีการจำกัดปริมาณการซื้อของ  

         จะเห็นได้ว่ายิ่งใกล้เข้าช่วงเทศกาลตรุษจีนมากขึ้นเท่าไหร่ราคาเนื้อสัตว์ก็ยิ่งปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งถ้าเรานำราคาของเนื้อสัตว์ในช่วงเวลานี้ไปเปรียบเทียบกับราคาของเนื้อสัตว์เมื่อช่วงตอนปีใหม่แล้วเราก็จะเห็นได้ว่าเนื้อสัตว์ในช่วงราคานี้ที่ใกล้วันตรุษจีนนั้นมีการถูกปรับราคาให้แพงมากขึ้นกว่าเดิมอาจกล่าวได้ว่าราคานั้นสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 50 บาทเลยทีเดียว 

         เพราะในขณะนี้นั้นปกติแล้วถ้าเราซื้อเนื้อหมูบรรดาพ่อค้าที่ขายเนื้อหมูนั้นจะมีการคิดราคาเนื้อหมูตอนนี้กิโลกรัมละ 150 บาทซึ่งนี่คือราคาของเนื้อแดงในขณะที่ถ้าเป็นเนื้อสันในจะถูกคิดราคากิโลกรัมละ 170 บาทหรือแม้แต่เนื้อสามชั้นก็จะมีการถูกกิโลกรัมละ 150 บาทเหมือนกันซึ่งราคานี้เป็นราคาที่ค่อนข้างสูงมาก 

         นอกจากนี้ผลไม้ก็ยังมีราคาสูงขึ้นอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นส้มหรือแม้แต่สาลี่และแอปเปิลหรืออาจกล่าวได้ว่าผลไม้ที่นิยมซื้อไปไหว้เทพเจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นจะมีการเพิ่มราคาให้สูงมากกว่าเดิมซึ่งราคาที่เพิ่มนั้นคิดเป็นกิโลกรัมละประมาณ 15 บาทเลยทีเดียว  และนอกจากนี้มีแนวโน้มเป็นไปได้อีกว่าหากถึงวันตรุษจีนเมื่อไหร่ราคาของเนื้อสัตว์และผลไม้น่าจะแพงมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้อีก

          เพราะถึงแม้ผักและผลไม้รวมถึงเนื้อสัตว์จะแพงมากแค่ไหนแต่ประชาชนก็จะจำเป็นต้องออกมาซื้อเพื่อนำไปไหว้เจ้าดังนั้นเชื่อว่าราคาของผลไม้และเนื้อสัตว์ในวันตรุษจีนซึ่งตรงกับวันซื้อนั้นจะต้องมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมอีกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ