การออกแบบชื่อโดเมน

ในการออกแบบชื่อโดเมนบน Windows Server 20xx นั้น เราจะต้องวางแผนให้ดี โดยการเขียนแผนผังลงบนกระดาษ วาดโครงสร้างการเชื่อมต่อกับของเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องบนระบบเน็ตเวิร์ก แล้ว

กำหนดชื่อของโดเมนและชื่อเซิร์ฟเวอร์ลงไป ตามขั้นตอนต่อไปนี้

ชื่อของ Root Domain เป็นชื่อแรกของระบบ จะต้องมีความหมายขององค์กรโดยตรง เช่น บริษัทนำเข้าอุปกรณ์เน็ตเวิร์กชื่อ BJT Communication ก็ควรตั้งชื่อของ Root Domain เป็น bjt.com หรือ bjt.co.th และที่สำคัญจะต้องไม่เปลี่ยนชื่อของ Root Domain โดยเด็ดขาด เพราะจะมีผลกระทบกับโดเมนย่อย ถึงแม้จะมีฟีเจอร์ Domain name Change มาให้ก็ตาม (แต่ในกรณีควบรวมกิจการอาจจะต้องเปลี่ยนได้)

สร้างโดเมนใหม่ที่อยู่ภายใต้ทรีเดียวกัน จะต้องใช้ชื่อที่สอดคล้องกับ Root Domain เช่น dealer.bjt.com เป็นการทำให้อยู่ใน DNS Namespace เดียวกัน

ตั้งชื่อของโดเมนย่อย (Sub Domain / Child Domain) ควรเป็นชื่อที่สื่อความหมาย เช่น มีสาขาอยู่ 4 ภาคของประเทศ อาจจะตั้งชื่อว่า north.bjt.com, south.bjt.com, east.bjt.com และ west.bjt.com หรือมีโดเมนย่อยภายในองค์กรหลายแผนก เช่น hrm.bjt.com, marketing.bjt.com และ it.bjt.com

ในการนำชื่อโดเมนที่จดทะเบียนเอาไว้บนอินเทอร์เน็ตมมาเป็นชื่อโดเมนขององค์กร จะเหมาะสำหรับหน่วยงานที่ให้บริการเผลแพร่ข้อมูลแก่ลูกค้า สะดวกในการตั้งชื่อบัญชีอีเมล เและใช้ชื่อบัญชีอีเมลตัวนี้ในการรับ – ส่งอีเมลบนอินเทอร์เน็ตได้ทันที แต่ต้องระวังในเรื่องความปลอดภัย เพราะ “แฮกเกอร์” กำลังหาทางเจาะเข้ามาในระบบของเรา ผู้ดูแลระบบจะต้องติดตั้งไฟร์วอลล์ (Firewall) ให้กับองค์กร รวมทั้งกำหนดนโยบายเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาด้วย

ฐานข้อมูลของ DNS

DNS เป็นฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distribute Database) มีกลไกในการทำงานแบบไคลเอนต์ / เซิร์ฟเวอร์ โดยที่ DNS Server จะเก็บข้อมูลเพียงบางส่วนของแต่ละโดเมนเอาไว้ ไม่ได้เก็บข้อมูลของ DNS ไว้ทั้งหมด ในเวลาที่ไคลเอนต์ร้องขอไอพีแอดเดรสของเว็บไซต์หนึ่ง ถ้าเครื่อง DNS Server ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ ก็จะส่งการร้องขอนี้ไปยัง DNS Server ในระดับสูงอีกทีหนึ่ง และถ้ายังหาไม่เจอก็จะส่งไปค้นหากับ Domain Root Server ต่อไป

การเก็บฐานข้อมูล DNS ของ Windows Server จะมีอยู่ 2 แบบ คือ เก็บไว้ในไดเรกทอรี \Windows\system32\dns และเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่เรียกว่า โซน