การเลือกซื่อโน๊ตบุ๊คแบบไหนดี

ประโยชน์ในการที่เราเลือกซื้อMAC

วันนี้เราจะมาบอกเรื่องของการซื่อโน๊ตบุ๊คแบบไหนดีหรือน้องๆบางคนที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยหรืออยากที่จะต้องเขียนโปรแกรมและสิ่งที่นักศึกษาสงสัยว่าจะต้องซื้อเป็นสเปคแบบไหนถึงงจะดีและจำเป็นไหมที่จะต้องเป็นสเปคแบบไหนเป็นMACหรือเป็นPCดี ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองอย่างมันมีความแตกต่างกันและเราจะมาพูดถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละเจ้ากันก่อน

แน่นอนเราจะต้องรู้จักกันดีแต่อาจจะไม่เคยใช้กันนั่นก็คือ MAC นั่นเองและแน่นอนว่ามีน้องๆหลายคนก็คงจะสงสัยว่ามันจำเป็นไหมที่จะต้องใช้MACไม่จำเป็นสักเท่าไร แต่ว่าMACนั้นมันมีข้อดีตรงที่ว่าระบบที่มันออกแบบมารองรับการพัฒนาโปรแกรมนั้นมันมีเยอะมากแน่นอนว่ามันจะอำนวยความสะดวกให้เราได้หลายๆอย่างๆได้ง่ายขึ้นแต่ว่ามันจำเป็นที่จะต้องใช้หรือไม่แต่ทว่ามีงบประมาณน้องก็สามารถใช้PCเหล่านั้นก็ได้

แล้วอีกหนึ่งจุดเด่นของMAC ของMACนั้นมักจะมีOSเป็นของเฉพาะตัวOSตัวนี้นั้นจะออกให้กับผลิตภัณฑ์ของแอฟเปิ้ลเท่านั้นและจะไม่สามารถลงให้กับเครื่องอื่นๆได้หรือมันอาจจะลงได้แต่จะไม่สามารถดึงประสิทธิภาพในการใช้งานได้เหมือนอย่างกับเครื่องของแอฟเปิ้ลนั่นเอง

ซึ่งต้องนั้นก็จะต้องใช้เทคนิคเล็กน้อยจากนั้นอยากแนะนำให้น้องๆนั้นไปเปิดดูสเปคของMACดูหรือบางคนเปิดสเปคแอฟเปิ้ลดูแล้วบอกว่าสเปคอย่างนี้10000กว่าบาทก็ได้ทำไมเอามาขายต้องราคาต้อง 30000 40000 คำตอบก็คือเรื่องของตัวOSมันนั้นที่มันถูกออกแบบมาให้MACโดยเฉพาะดังนั้นมันจะมีความเสถียรมากกว่าแต่ในสถานะที่เรานั้นใช้จริงๆเราจะบอกได้ว่าไม่ใช่ว่าน้องนั้นจะไม่เกิดกับปัญหาไม่เกิดข้อผิดพลาดอะไรของมันเลยแต่ว่าอะไรหลายๆอย่างปลอดภัยสำหรับเราอย่างเช่นว่าถ้าหากว่าเราลืมเซฟงานหรือโปรแกรมบางอย่างของMACนั้นเขาจะทำการบันทึกข้อมูลให้เราอย่างอัตโนมัติทันที

แน่นอนว่าไฟล์บางตัวของเรานั้นที่ทำไว้ก็จะไม่หายหรืองหากว่ามันเกิดปัญหาขึ้นมันก็จะส่งผลกระทบน้อยที่สุดที่เรามาพูดนั้นหลายคนก็อาจจะคิดว่าเรานั้นจะเป็นค่ายข่ายของMACหรือป่าวจริงแล้วไม่ใช่นะข้อดีข้อสียมันก็มีแล้วแต่ว่างบประมาณของน้อยจะเป็นอย่างไร  ซึ่งโดยรวมแล้วหลักๆMACจะมีราคาที่จะสูงหน่อยถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปที่สามารถใช้งานได้ในสเปคไกล้ๆกันมันก็จะมีราคาค่อนข้างที่แพงกว่า2-3เท่าบ้างแต่มันก็มี

ข้อดีตรงระบบปฏิบัติการมันแน่นอน

ถ้าเกิดว่าน้องคนไหนจำเป็นที่จะต้องใช้หรืออยากจะใช้MACน้องจะต้องเก็บเงินมากกว่าชาวบ้านสะนิดหน่อยแล้วก็อย่าลืมว่าระบบปฏบัติการบนMACมันไม่ใช้บนวินโดว์ที่เราใช้เล่นเกมถ้าน้องอยากจะใช้จริงหรืออยากขอพ่อแม่มาเรียนจริงบอกเลยว่าMACตัวนี้คุ้มที่สุดแต่ว่าจะเล่นเกมไม่ได้นะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

การออกแบบชื่อโดเมน

ในการออกแบบชื่อโดเมนบน Windows Server 20xx นั้น เราจะต้องวางแผนให้ดี โดยการเขียนแผนผังลงบนกระดาษ วาดโครงสร้างการเชื่อมต่อกับของเซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องบนระบบเน็ตเวิร์ก แล้ว

กำหนดชื่อของโดเมนและชื่อเซิร์ฟเวอร์ลงไป ตามขั้นตอนต่อไปนี้

ชื่อของ Root Domain เป็นชื่อแรกของระบบ จะต้องมีความหมายขององค์กรโดยตรง เช่น บริษัทนำเข้าอุปกรณ์เน็ตเวิร์กชื่อ BJT Communication ก็ควรตั้งชื่อของ Root Domain เป็น bjt.com หรือ bjt.co.th และที่สำคัญจะต้องไม่เปลี่ยนชื่อของ Root Domain โดยเด็ดขาด เพราะจะมีผลกระทบกับโดเมนย่อย ถึงแม้จะมีฟีเจอร์ Domain name Change มาให้ก็ตาม (แต่ในกรณีควบรวมกิจการอาจจะต้องเปลี่ยนได้)

สร้างโดเมนใหม่ที่อยู่ภายใต้ทรีเดียวกัน จะต้องใช้ชื่อที่สอดคล้องกับ Root Domain เช่น dealer.bjt.com เป็นการทำให้อยู่ใน DNS Namespace เดียวกัน

ตั้งชื่อของโดเมนย่อย (Sub Domain / Child Domain) ควรเป็นชื่อที่สื่อความหมาย เช่น มีสาขาอยู่ 4 ภาคของประเทศ อาจจะตั้งชื่อว่า north.bjt.com, south.bjt.com, east.bjt.com และ west.bjt.com หรือมีโดเมนย่อยภายในองค์กรหลายแผนก เช่น hrm.bjt.com, marketing.bjt.com และ it.bjt.com

ในการนำชื่อโดเมนที่จดทะเบียนเอาไว้บนอินเทอร์เน็ตมมาเป็นชื่อโดเมนขององค์กร จะเหมาะสำหรับหน่วยงานที่ให้บริการเผลแพร่ข้อมูลแก่ลูกค้า สะดวกในการตั้งชื่อบัญชีอีเมล เและใช้ชื่อบัญชีอีเมลตัวนี้ในการรับ – ส่งอีเมลบนอินเทอร์เน็ตได้ทันที แต่ต้องระวังในเรื่องความปลอดภัย เพราะ “แฮกเกอร์” กำลังหาทางเจาะเข้ามาในระบบของเรา ผู้ดูแลระบบจะต้องติดตั้งไฟร์วอลล์ (Firewall) ให้กับองค์กร รวมทั้งกำหนดนโยบายเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาด้วย

ฐานข้อมูลของ DNS

DNS เป็นฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distribute Database) มีกลไกในการทำงานแบบไคลเอนต์ / เซิร์ฟเวอร์ โดยที่ DNS Server จะเก็บข้อมูลเพียงบางส่วนของแต่ละโดเมนเอาไว้ ไม่ได้เก็บข้อมูลของ DNS ไว้ทั้งหมด ในเวลาที่ไคลเอนต์ร้องขอไอพีแอดเดรสของเว็บไซต์หนึ่ง ถ้าเครื่อง DNS Server ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ ก็จะส่งการร้องขอนี้ไปยัง DNS Server ในระดับสูงอีกทีหนึ่ง และถ้ายังหาไม่เจอก็จะส่งไปค้นหากับ Domain Root Server ต่อไป

การเก็บฐานข้อมูล DNS ของ Windows Server จะมีอยู่ 2 แบบ คือ เก็บไว้ในไดเรกทอรี \Windows\system32\dns และเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่เรียกว่า โซน