การพัฒนาระบบจาก1G ไปสู่ 4G

โทรศัพท์มือถือจากยุค 1G ไปจนถึง 4G

หลายคนอาจจะจำไม่ได้แล้วว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกๆนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร สามารถใช้งานอะไรได้บ้าง วันนี้เรามาย้อนวันวาน ย้อนความทรงจำถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกๆมาจนถึงรุ่นปัจจุบันกันค่ะ

–         สำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นแรก ยังไม่มีใครเคยได้ยินคำว่า 3G หรือ 4G กันเลยเรียกได้ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของ 1G กันก่อนสำหรับรุ่นนี้หากใครพอที่จะยังจำได้กันโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ถือโทรศัพท์เหมือนถือวิทยุเคลื่อนที่เลยทีเดียว เพราะรูปร่างโทรศัพท์มือถือมีขนาดใหญ่มาก และโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ยังทำได้แค่เพียงโทรออกและรับสายเรียกเข้าได้แค่นั้น และถึงแม้จะมีรูปร่างใหญ่เทอะทะแต่ถ้าใครที่มีโทรศัพท์มือถือ ก็คือว่าเท่ห์มากเลยที่เดียว

–         ยุคต่อมาคือยุค 2G สำหรับยุคนี้โทรศัพท์มือถือมีวิวัฒนาการมากขึ้นเพราะนอกจากจะคุยโทรออกหากันหรือรับสายได้แล้วยังสามารถพิมพ์ข้อความส่งหากันได้อีกด้วย ซึ่งวิวัฒนาการอีกเรื่องของโทรศัพท์มือถือของยุค 2G ก็คือรุ่นนี้เสาสัญญาณที่ตัวเครื่องบางรุ่นเริ่มหายไป และเครื่องมีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นแรก  แต่ก็ยังถือว่ารูปร่างของขนาดเครื่องก็ยังมีขนาดใหญ่อยู่ดีหากเทียบกับรุ่นปัจจุบัน

–         ยุคต่อมาคือยุค 3G ซึ่งยุคนี้โทรศัพท์มือถือมีลูกเล่นต่างๆมากมาย ทั้งขนาดของโทรศัพท์มือถือที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด และมีการรองรับการเล่นเกมผ่านโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงมี application ต่างๆมากมายให้สามารถใช้งานบนมือ รองกับการเล่นอินเตอร์เน็ตสามารถท่องโลกไปในเว็บไซต์ต่างๆมากมายหลายเว็บโดยที่ไม่ต้องเล่นผ่านทางคอมพิวเตอร์อีกต่อไป  สำหรับยุค 3Gนี้เราสามารถส่งข้อความหากันได้โดยไม่ต้องอาศัยการส่งผ่านเมนูข้อความ แต่เราสามารถส่งข้อความหากันได้ผ่าน โปรแกรม chat ต่างๆ ทั้ง what app , line , we chat และอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงยุคนี้ถือว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการสื่อสาร เราสามารถอ่านข่าวสารต่างๆได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านให้ยุ่งยาก เพราะเราสามารถเข้าไปในเว็บไซต์ที่มีการนำข่าวที่นำเสนอจากสื่อสิ่งพิมพ์หรือทางทีวีมาลงในอินเตอร์เน็ตเพียงแค่เราพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่เราสนใจ เราก็รู้ข่าวสารของทั้งโลกได้แล้ว

–         สำหรับอีกยุคคือยุคปัจจุบันที่เป็นมาเป็นระบบ 4G ซึ่งยุคนี้เป็นภาคต่อเนื่องมาจาก 3G แต่มีการพัฒนาการลูกเล่นโทรศัพท์มือถือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่า โดยพัฒนาจาก application เดิมที่มีอยู่ในมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งยุคนี้โทรศัพท์มือถือจะไม่ใช่แค่ โทรศัพท์มือถืออีกต่อไปเพราะเราสามารถนำโทรศัพท์มือถือ มาควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นได้ด้วย เช่น การเปิดไฟภายในบ้านจากโทรศัพท์มือถือ   การดูกล้องวงจรปิดจากโทรศัพท์มือถือ หรือการเปิดเครื่องฟอกอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น         

ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะมีการเปลี่ยนจากยุค 4G มาเป็นยุค 5G ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้อีกบ้าง

เรื่องที่น่าสนใจเหล่านี้โดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

มารู้จักกับ ทิม คุก CEO ของแบรนด์ Apple 

สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบรนด์ IPhone

ต่างก็รู้กันดีว่าผู้ที่ริเริ่มก่อตั้งบริษัท apple และทำให้โทรศัพท์มือถือแบรนด์นี้มีชื่อเสียงโด่งดัง คนรู้จักกันทั่วโลกก็คือ สตีฟ จ็อบส์ แต่เมื่อสตีผ จ็อบส์ได้เสียชีวิตลงก็มี CEO ท่านใหม่ขึ้นมาแทนนั่นก็คือ ทิม คุก ซึ่งเป็น CEOคนปัจจุบันนั่นเอง แรกๆ ทิม คุก ยังไม่ค่อยมีคนเชื่อถือในฝีมือของเขามากนัก หลายคนบอกว่ามาแทนที่สตีฟ จ๊อบส์ไม่ได้แน่ๆ 

แต่กว่า 8 ปีที่ผ่านมา ทิม คุก ก็ได้แสดงฝีมือให้ทุกคนทั่วโลกได้ประจักษ์กันมาแล้ว เขาก็เป็นหนึ่งใน CEO ที่เก่งและมีความสามารถเหมือนกัน เขาสามารถพาบริษัท apple ให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาแล้วหลายครั้งในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศสหรัฐมีปัญหา จน ณ ปัจจุบันเขาสามารถติด 1 ใน10 ของโลกที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลในการที่เขาได้เข้ามาทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ๆให้กับแอปเปิล

 ปัจจุบัน ทิม คุก เป็นประธานบริหารงานให้กับแอปเปิล องค์ ซึ่งเป็นบริการที่มีอิทธิพลในเรื่องโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเห็นได้ว่าบริษัทแอปเปิลได้มีการขยายธุรกิจ และมีสินค้ามากมายออกมาสู่ตลาดโลก และสินค้าทุกตัวที่ออกมาก็เป็นที่ยอมรับขงคนทั้งโลก

สร้างกำไรให้กับบริษัทแอปเปิลอย่างมากมายมหาศาล

และยังมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นไปอีกเรื่อย ทิม คุก ได้แวะมาเที่ยวที่เมืองไทยและมีโอกาสไปตามสถานที่ที่นำสินค้าของแอปเปิลมาใช้งาน และก่อให้เกิดประโยชน์กับงานนั้นๆ เช่น โรงเรียนสาธิต นำผลิตภัณฑ์ของทางแอปเปิลมาใช้งานในสถานศึกษา เพื่อช่วยในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลทางการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ทั้งนี้ ทิม คุก ยังไมได้ไปเยี่ยมพนักงานบริษัทที่สาขาไอคอนสยามและพูดคุยกับลูกค้าที่มาใช้บริการของทางแอปเปิลด้วย ได้มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ไปขอสัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ ทิม คุก เดินทางมาเมืองไทย ซึ่งเข้าก็ได้ให้เหตุผลว่า เขาอยากมีดูว่าคนไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทของเรา มีความรู้สึกอย่างไรกันบ้างเมื่อได้ใช้ผลิตภัณฑ์ มีคนพบปัญหาอะไรหรือไม่ และพอเขาได้มาเห็นว่าหลายๆที่ในเมืองไทย นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทของเรามาพัฒนาทั้งทางด้านการเรียน การทำงานแล้วมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เข้ารู้สึกประทับใจมาก

 

ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนำคอมพิวเตอร์ และ ipad มาเป็นอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน นักกีฬานำ apple watch

เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกำลังกาย เป็นต้น ซึ่งทาง ทิม คุก เองก็คิดจะมีการพัฒนาสินค้าออกมาให้รองรับกับการใช้ชีวิตของผู้คนให้มากยิ่งขึ้นไปเอง

โดยเขาหวังว่าบริษัทแอปเปิลในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้าก็จะยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอยู่เหมือนเดิม

 

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ