ประวัติโทรศัพท์มือถือของคนแนว OnePlus 

       เป็นอีกบริษัทที่ต้นแบบมาจาก Real me ที่มีอดีตผู้บริหารของบริษัท Oppo แยกตัวออกมก่อตั้งบริษัทโทรศัพท์มือถือใหม่ เพื่อทำตามความฝันของตัวเอง และก็สามารถทำได้ดี สินค้าเป็นที่รู้จักและติดตลาดด้วยคุณสมบัติของเครื่องที่เน้นสเปคแรง  ราคาถูก

สำหรับแบรนด์นี้มีการเปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อปี ค.ศ. 2013 เป็นบริษัทที่ผลิตจากประเทศจีน

ซึ่งมีการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกคือ OnePlus one โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2014 แต่มีการวางจำหน่ายในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2014 ซึ่งบริษัท OnePlus มีสโลแกนของบริษัทคือ Never Settle ภายใต้แนวความคิดที่ว่า Simple , Bold idea : make a better phone  ซึ่งการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือในครั้งแรกนั้น ออกสเปคและราคามาเพื่อฆ่า samsung เลยที่เดียว

เพราะในปีนั้นสมาร์ทโฟนที่มีรอม 16 GB และ 64 GB ถือได้ว่าเป็นรุ่นแรกที่มีการเปิดให้ใช้งานกัน จึงมีราคาที่ค่อยข้างสูงมาก โดย samsung จำหน่ายที่สองหมื่นกว่าบาท แต่สำหรับ OnePlus ราคาเพียงแค่ครึ่งเดียวของ Samsung ซึ่งขนาดเป็นเครื่องที่ฝากหิ้วมาจากต่างประเทศค่าเครื่องบวกกับค่าหิ้วแล้วก็ยังถูกกว่ากันเยอะ เรียกได้ว่าได้ชัยชนะไปเต็มๆ ถือว่าเป็น Flagship Killer ที่โหดสุดๆเลยทีเดียว

สำหรับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อวันพลัสนั้น มีการผลิตออกมาให้มีฟีเจอร์เทียบเท่ากับยี่ห้อไอโฟนกับซัมซุงเลยที่เดียว

แต่ต่างกันที่ราคาเท่านั้น ซึ่งมีทั้งความหรูหราและราคาสามารถจับต้องได้ เน้นผู้ซื้อทุกระดับเพื่อที่ใครๆก็สามารถซื้อไปใช้งานได้ และซีอีโอที่กล้าออกมายืนหยัดแสดงจุดยืน ในการออกแบบโทรศัพท์มือถือในแบบที่ตนเองต้องการคือ คาร์ล  เพ่ย ซีอีโอหนุ่มของ OnePlus เขาเป็นคนจีนที่ไปโตที่อเมริกาและไปเรียนที่แคนาดา

สำหรับแบรนด์ OnePlus มีการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือหลายประเทศด้วยและมีการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในไทยมาแล้วหลายรุ่น

และเป็นที่นิยมของคนไทยบางกลุ่มที่ไม่ได้เน้นชื่อแบรนด์แต่เน้นที่การใช้สอยมากกว่า สำหรับสถานที่จำหน่ายสามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายมือถือทั่วไป 

         ความจริงแล้วมือถือที่มากจากประเทศจีน มีคุณสมบัติดีๆเด่นๆมากมายหลายยี่ห้อ ถ้าเราไม่มัวแต่ยึดติดกับแบรนด์ดังก็สามารถซื้อโทรศัพท์มือถือคุณภาพดีแต่ราคาถูกมาใช้ได้  ถ้าเทียบกันจริงเครื่องสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่ผู้คนซื้อมาใช้ก็เน้นแค่เพียงการโทรออก รับสาย และสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ เล่นเกม เล่นโซเชียวต่างๆได้

ก็ไม่จำเป็นต้องเน้นแบรนด์ที่คนรู้จักมากก็ได้ เพราะความต้องการใช้งานเหมือนกัน แต่ราคาที่ต่างกันเกินครึ่งจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบปัจจุบันที่ต้องประหยัดแล้ว มือถือจากบริษัทจีนจะช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ

มารู้จัก app ใหม่ Find My กันเถอะ   

 รู้กันหรือไม่ว่าตอนนี้ทาง Apple ได้ออกฟีเจอร์ใหม่เป็นการใช้โปรแกรมติดตามตัวเพื่อค้นหาเวลาเครื่องหาย ว่าตอนนี้เครื่องที่หายอยู่ที่ไหนได้โดยที่ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็สามารถตามได้แล้วนะจ๊ะซึงข้อมูลที่จะแนะนำการใช้งานในวันนี้ เป็นการแนะนำการใช้งาน Find My ใน IOS 13  เรามาดูกันว่าเราสามารถตั้งค่าอย่างไรได้บ้าง

ตอนนี้ทาง Apple ได้มีการนำ application  2 ตัวคือ Find my iphone และ Find my Friend

มารวมกันไว้ใน app เดียวจึงมีการเรียกชื่อ app ใหม่นี้ว่า Find My ซึ่ง app ตัวนี้จะสามารถหา iphone  ipad mac ได้ถึงแม้ว่าจะไม่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตก็ตามและนอกจาก Find My จะสามารถเช็คได้ว่าอุปกรณ์ที่เราต้องการหาอยู่จุดไหนได้แล้ว ยังสามารถการตั้งค่าล็อคเครื่องได้ด้วยหากอุปกรณ์นั้นสูญหายและยังสามารถทำได้ทั้งหมดที่ app find my Iphone ทำได้ทุกอย่าง 

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษด้วยการทำ Offline Finding นั้นก็คือถึงแม้จะอุปกรณ์นั้นจะไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตก็ยังสามารถค้นหาอุปกรณ์นั้นเจอได้เช่นกัน

อย่ารีบเข้าใจผิดว่าตัวโปรแกรม Offline Finding นี้จะทำงานได้ถึงแม้จะปิดเครื่องนะคะ เพราะความจริงแล้วถึงแม้จะบอกว่าหากไม่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เช่น wi-fi หรือ cellular   แต่ก็ยังต้องมีการเปิดการใช้งาน Bluetooth เอาไว้นะคะ ถ้า Bluetooth ไม่เปิดฟีเจอร์นี้ก็จะทำงานไม่ได้เช่นกันค่ะ

         วิธีการใช้งาน offline finding นั้นตัวเครื่องจะต้องเปิดฟีเจอร์offline finding และ Bluetooth เอาไว้ซึ่งหลักการหาข้อมูลคือ เครื่องจะมีการส่งสัญญาณไปยังเครื่องอื่นๆของเครือข่าย apple ด้วยกันเพื่อส่งพิกัดมาแจ้งให้เราทราบ แต่ไม่ต้องตกใจว่าคนอื่นจะรู้ที่อยู่ของเราผ่านสัญญาณ Bluetooth นะคะ เพราะตราบใดที่เขาไม่รู้ข้อมูล Apple ID ของเรา เขาจะไม่มีทางรู้ได้ค่ะ

          ขั้นตอนการเปิดใช้งาน Offline Finding คือเข้าไปที่การตั้งค่า  เลือกไปที่ apple id จะมีคำว่า Find My หลังจากนั้นเลือกไปที่ Find My iphone กดเลือก Enable offline Finding กดเลือกเปิดใช้งาน หลังจากนั้นกลับมาที่ การตั้งค่าอีกครั้ง แล้วเลือกกดเปิดใช้งาน Bluetooth แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการเปิดใช้งานแล้วค่ะ

สำหรับฟีเจอร์ Find My นี้ รองรับการค้นหาข้อมูลเครื่องของระบบของ apple ได้ทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขอย่างหนึ่งคือทุกเครื่องจะต้องใช้ระบบ ios 13  ขึ้นไปเท่านั้น

          นี่เป็นอีกฟีเจอร์ใหม่ดีๆที่ทาง apple ออกมาให้เราได้ใช้งานกัน สำหรับสาวก apple อย่าลืมทดลองเข้าไปใช้งาน ฟีเจอร์นี้กันนะคะ ที่นี้ต่อให้เครื่องเราหายไปไหน ก็สามารถตามหาเจอได้แน่นอน